Day: February 8, 2026

  • เซิร์ฟเฟอร์ตั้งไข่ หัวใจเตาะแตะ

    Drafted since Year 2023

    จั่วหัวกันมาแนวเกาหลีกันซักเล็กน้อย มาพร้อมเรื่องราวของชาวแก๊งเสียว กับกิจกรรมเสียวใหม่ๆ ของพวกเขา

    ชื่อไลน์กลุ่มแก๊งสาวเสียวที่ฟังดูแล้วไม่น่าเปิดอ่านบนรถไฟฟ้า แท้ที่จริงแล้วเป็นกลุ่มไลน์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับทริปที่เราไป Sky Dive ที่เขาใหญ่เมื่อนานปู๊นมาแล้ว โคฟาวเด้อต่างตั้งข้อสงสัยว่า การที่เราไป Sky Dive กันเร็วเกินไป ทำให้หากิจกรรมเสียวอื่นๆ มาเทียบเคียงยากจริงหรือไม่ หลังจากนั้นด้วยความพยายามพิสูจน์สมมติฐาน เราต่างพากันโยนไอเดียบ้าๆ บอๆ ใส่กัน จนชักรู้สึกว่าชีวิตที่อยู่ใกล้พวกเอ็งนี่น่าจะไม่ปลอดภัยแล้วรึเปล่านะ หนึ่งกิจกรรมที่สาวชอบความเสียวอย่างพวกเราแอบเล็งมานานก็คือการไปเรียนเซิร์ฟบอร์ดนั่นเอง

    แม้จะดูเป็นคนรักกีฬาทางน้ำซะเหลือเกิน แต่จริงๆ แล้วเราเป็นคนที่ว่ายน้ำไม่เก่ง และหัดว่ายน้ำได้ด้วยตัวเองตอนโตอยู่ปี 1 นู่น (เพื่อนๆ ช่วยฝึกด้วยการเล่นแข่งงมเหรียญมันทั้งปี ว่ายไม่เก่งแต่ดึงแว่นออกจากตาเพื่อนเก่ง ก็ถือว่าอยู่ในเกมได้เหมือนกัน) เห็นดูแก่นเซี้ยวไม่กลัวตุยแบบนี้เราก็มีความกังวลความกลัวน้ำแอบซ่อนอยู่เสมอ การถอดชูชีพเล่นกีฬาทางน้ำสำหรับเราจึงอาจจะเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อจิตใจอยู่สักหน่อย อีกทั้งเซิร์ฟบอร์ดก็ยังเป็นกีฬาที่พึ่งพาสภาพร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแรง ยืดหยุ่นสูง และมีการทรงตัวที่ดี

    รวมหมดทุกข้อแล้ว ถ้าโดนถามซึ่งหน้าว่ามีไหมล่ะ คงอึกอักหลบตา หรือไม่ก็ยิ้มทะเล้นๆ แล้วเอามือบีบชั้นพุงโชว์ ปี๊บๆ

    วันหยุดราชการหนึ่งวันที่แหมะหน้าแหมะหลังกับเสาร์อาทิตย์นั้นเราเลิฟมาก สามวันไปได้ไกล ทำอะไรได้มากโขถ้ากระดูกมันยังไหวใจมันยังสู้น่ะนะ แก๊งเสียวสามสาว เรา ปู และทูน ตัดสินใจจองเรียนเซิร์ฟที่จันทบุรีกันแบบง่ายๆ แค่เจอโฆษณาในเพจว่า “หาดเจ้าหลาวคลื่นเซิร์ฟมาแล้ว” ก็โอนตังค์ค่าเรียนไปซะละ พวกเรามีผู้ติดตามสังเกตการณ์อีกหนึ่งคนคือผึ้ง ผึ้งไม่เสพความเสียวและผึ้งเพิ่งออกจากรวงรังหลังเทศกาลล็อคดาวน์อันยาวนาน เรามีความสุขมากที่ได้เห็นผึ้งตาเป็นประกายง่ายๆ กับน้ำทะเล และท้องฟ้า แต่สำหรับแก๊งเสียว แค่นั้นมันคงยังไม่พอ

    ที่จริงพวกเราเคยพยายามกับการเรียนเซิร์ฟมาก่อน เคยจองแล้ว แต่ท้องทะเลไม่เป็นใจ เคยติดต่อไปในระหว่างทริปดำน้ำแต่เขาบอกว่าอย่าเอาสองอย่างนี้มารวมกันในทริปเดียว เพราะมึงน่วมมาแล้วจากกิจกรรมหนึ่ง ไม่ควรริอ่านไปต่ออีกกิจกรรม นึกว่าตัวเองเก่งนักไง้ ฮะ.. คราวนี้ล่ะวะ ตรงไปจันท์เพื่อเซิร์ฟ ถนอมร่างกายไว้ไม่ว่อกแว่กวอแวแวะไปเล่นอะไรก่อนแน่นอน..

    เหรอจ๊ะ จริงแค่ไหนถามใจเธอดู

    Day 1

    ออกจาก กทม. แต่เช้ามุ่งหน้าแหลมฉบังแวะร้านกาแฟน่ารักและทานอาหาร เม้ามอยหอยกาบตามประสาคนไม่เจอกันนาน เป้าหมายถัดไปชมทิวลิปที่ PTT LNG ระยอง แต่แห้วเพราะเขาปิดวันหยุด เราได้สมาชิกเพิ่มแบบชั่วคราวไม่ค้างคืนหนึ่งคน แล้วก็บ่ายหน้าไปเช็คอินที่พักกันเร็วๆ และพุ่งไปนู่น สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ค่ะ เราเปิดทริปกันด้วยการปั่นจักรยานวิบากเล็กๆ ที่สนุกมาก เหงื่อแตกซิกๆ แล้วก็ไปพายเรือกันต่อ

    ผึ้งตัดสินใจถูกต้องในวินาทีสุดท้ายว่าจะใช้เงินจ้างคนพายเรือให้ ปูมีตาหลุยสมาชิกแบบชั่วคราวมาพายเรือให้อย่างพรีเมียม ส่วนนังทูนและเรา ไม่มีทั้งเงินทั้งแฟนก็พายเองสู้ชีวิตไปจ้าคนละลำ เอ้า บึ๊ดจ้ำบึ๊ด

    เรามาพายเรือที่นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว โคตรชอบ และบอกตามตรงว่าหมกมุ่นกับที่นี่ไม่น้อย เลยค่อนข้างจำทางได้เป็นอย่างดี พอจะชินกับกระแสน้ำและรู้วิวพอยต์สวยๆ แต่พี่เพชรฝีพายของผึ้งจะพาพวกเราไปไกลกว่าที่เคย เพื่อไปเดินเล่นบนแพหญ้า ไกลสุดขอบนู้น โดยมีความท้าทายคือต้องจ้วงไปให้ทันพระอาทิตย์ตกเพื่อชมแสงสุดท้ายอันงดงาม ถามตูกะนังทูนซักคำมั้ยว่าจ้วงไหวป่าว

    ตอนออกจากวงในของเส้นทางพายสู่วงนอกที่ถูกโอบล้อมอีกชั้นด้วยแพหญ้า เราต้องทวนกระแสน้ำที่เข้ามาปะทะแบบเฉียงๆ เป็นระยะทางพอสมควรเท่าที่คิดในตอนนี้ แต่ตอนนั้นรู้สึกว่า แม่งไกล๊ไกลจังวะ ขณะนั้นไหล่ด้านหน้าทั้งสองข้างเริ่มโอดโอยประท้วงละ แต่พี่เพชรชมเราว่า “คนนี้พายดีนี่นา” เลยมีกำลังใจจ้วงมากขึ้น

    พี่เพชรลากคายัคสีสวยทีละลำขึ้นเกยหาดแพหญ้า เราถอดรองเท้าเดินย่ำบนพื้นยวบยาบแต่รับน้ำหนักได้ดีแม้เราทดลองกระโดดตุ้บๆ จนเพื่อนๆ หวีด น้ำสีดำๆ ผุดขึ้นมาทุกๆ ก้าวที่เราเดินไปจนเท้าเลอะเทอะ แต่พระอาทิตย์สีทองกำลังค่อยๆ ทอดตัวลงเหนือระดับยอดหญ้าเล็กน้อย ทำให้นึกถึงทุ่งอีเธอร์ใน All About Lily Chou-Chou ลมที่พัดเย็นสบาย เราอยู่ในที่ที่เงียบสงบและห่างไกล นอกจากเสียงลม เสียงหัวเราะคิกคักของพวกเราแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเสียงคลื่นน้ำที่กระทบกันแค่เบาๆ ใครจะนึกว่านี่คือพื้นที่สีเขียวแสนสงบใกล้ อ.เมืองระยองอันพลุกพล่านแค่นิดเดียวเอง

    ตอนจ้วงกลับถึงท่าเรือ อากาศตอนเย็นโปร่งสบายจนหุบยิ้มไม่ได้เลย คุณพระอาทิตย์ค่อยๆ ซ่อนแสงลงหลังแนวแพหญ้า แต่ความสว่างยังคงอยู่ส่งให้เราเข้าฝั่งอย่างปลอดภัยแต่ที่ปวดไหล่นี่พระอาทิตย์คงไม่รู้จะช่วยไงดี ความรู้สึกคือไหล่จะหลุดมั้ยเนี่ย แล้วตูเป็นพลขับหลักซะด้วยนะทริปนี้ เอาวะ อ่อนแอไม่ได้จ่ายตังค์ไปหมดแล้ว เรามุ่งหน้าสู่ที่พักแบบคอนโดใกล้ชายหาดแหลมแม่พิมพ์ที่ได้จองไว้ ระหว่างทาง เอามือถือจิ้มสายชาร์จพร้อมเปิดแม็พตั้งไว้ดูทางตามปกติ ตกหลุมปึ้ก หัวชาร์จกระแทกเข้าเครื่อง จอกระพริบวับๆๆ ตลอดทั้งคืน พอเช้ามาก็หาย

    หายกระพริบเหรอ

    เปล่า แสงน่ะที่หายไปหมด จอพังเลย

    คืนนั้นที่แหลมแม่พิมพ์มีงาน Street Food ประจำปี งานใหญ่ยักษ์มาก เราไม่รู้มาก่อน แต่บังเอิญอยู่ตรงนั้นได้ถูกจังหวะ ถนนเลียบหาดมีร้านอาหารเปิดเรียงรายแน่นขนัด รถติดหนึบเหมือนยังไม่ได้จากกรุงเทพไปไหน คนเยอะมากๆ เราเลยตกลงกันว่า มาแยกย้ายกันซื้อของกินแล้วหิ้วไปกินบนคอนโดดีกว่า

    ชีวิตค่ำคืนนั้นก็จบลงแบบเรียบง่าย กินข้าวร่วมกัน แล้วตาหลุยก็ขอตัวกลับระยอง อาหารที่ซื้อมาเยอะเกิน เหลือบานเบอะ แต่ด้วยความขี้งกเสียดายของ เราเลยทยอยเก็บใส่ตู้เย็นอย่างเรียบร้อย
    ผู้ร่วมเดินทางทั้ง 4 ยังไม่อยากนอน แต่ก็หมดเรี่ยวแรง เลยไหลตัวกองๆ อยู่ตามโซฟาจนดึกดื่น และได้แต่สงสัยว่า ไหล่ตูจะหายทันพรุ่งนี้ไหมเหรอ

    Day 2

    เราตื่นแต่เช้า พบว่าผึ้งตื่นแต่มืดตามกิจวัตรของนาง ที่มืดกว่านั้นคือมือถือดิฉันได้จากไปแล้วอย่างสงบ เราออกไปวนรอบๆ ตั้งแต่โลกยังสงัดเพื่อภารกิจหาร้านมือถือและเติมแก๊สรถ เมื่อภารกิจลุล่วง แถมได้ทุเรียนทอดติดไม้ติดมือกลับมา เราสองคนก็กลับถึงคอนโดสายโด่ง ปูกับทูนยังงัดตัวขึ้นจากเตียงไม่สำเร็จ เรากับผึ้งอุ่นอาหารที่เย็นเจี๊ยบจากตู้เย็นทีละเมนูและวางจนเต็มโต๊ะ แล้วอาหารเย็นก็ได้ถูกรีไซเคิลให้เป็นอาหารเช้าแบบอิ่มๆ อีกครั้งโดยคุณภาพดร็อปลงประมาณ 20% ถือว่ารับได้ คราวนี้พวกเรากินทุกอย่างจนหมดอย่างน่าชื่นชม

    หลังทำความสะอาดจานชามจนน้ำยาล้างจาน (ที่มีให้น้อยนิดตั้งแต่แรก) หมดลงก็ได้เวลาเช็คเอาท์ เราเป็นผู้พัก AirBNB ที่ได้คะแนนดีมาตลอดเพราะทำห้องคืนให้เขาดีแบบแม่บ้านยิ้มอะ ที่หมายต่อไปคือชุมชนริมน้ำจันทบูร โดยรู้ดีว่าเรามีเวลาไม่มาก จึงคิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาอีกรอบวันรุ่งขึ้น ผลปรากฏว่าเราตัดสินใจถูก เพราะรถติดบรรลัยกว่าที่คิดเรื่อยๆ ทุกแยกใหญ่ระหว่างระยองไปจันท์ ในที่สุดเราก็มาถึงโบสถ์พระแม่มารีท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา โบสถ์หลังคายอดแหลมสวยเป็นเอกลักษณ์ทอดตัวสูงตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสด

    พวกเราเดินชมโบสถ์จากภายนอกสักพักแล้วก็ย้ายตัวข้ามสะพานไปหาร้านกาแฟ ที่ชุมชนริมน้ำจันทบูรทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าคลาคล่ำไปด้วยร้านเล็กร้านใหญ่ที่ตกแต่งซะสวยหยดย้อย แวะสองวันก็กินไม่หวาดไม่ไหว เราเดินสำรวจเร็วๆ ดื่มกาแฟและขนม แล้วรีบย้ายตัวไปหาดเจ้าหลาวเพราะใกล้เวลานัดหมายของกิจกรรมสำคัญที่เราตั้งใจมา ก็คือเรียนเซิร์ฟนั่นเอง

    ที่หาดเจ้าหลาวยามสี่โมงเย็น แสงตะวันยังเข้มแข็งอยู่ เราตระเตรียมที่นั่งให้ผึ้งที่หน้าหาด พยายามหลบแดด แต่แดดก็ขยับตามเหมือนไอ้ต้าวขี้แกล้ง ว่าที่เซิร์ฟเฟอร์สามคนโบกซันบล็อกเงียบๆ ปูกับทูนร่าเริงดี แต่เรามีการเตรียมใจอยู่ลึกๆ ว่าตูจะได้บาดเจ็บรึเปล่านะนี่ คลื่นที่ถาโถมซัดหาดค่อนข้างรุนแรงและปั่นป่วน บอร์ดยาวสีสวยสดใสวางอยู่บนพื้นหญ้า เรียงกัน 3 บอร์ด ของครูอีก 1 บอร์ด

    ครูสาวร่างลีนสุดๆ มาบรีฟพวกเราก่อน เราเคยเห็นคนที่ฝึกนอน ฝึกยืน กวักแขนงิกๆๆ บนบอร์ดที่วางอยู่บนบกมาแล้ว ตอนนั้นรู้สึกว่าตลกว่ะ วันนี้โดนเองกะตัวเต็มๆ ค่ะ น้องอธิบายลำดับและวิธีการแล้วให้เราลองทำตามแบบแห้งๆ มันตรงนั้นแหละ คำใบ้สำคัญคำหนึ่งคือ สำหรับคลื่นวันนี้.. (ทอดตามองทะเล) ค่อนข้างแรงค่ะ แต่เราน่าจะยืนได้แหละ เรามายืนให้ได้กันนะคะ อันนี้ตูรู้เลย พูดอย่างนี้ท่าจะยากกว่าปกติซะล่ะม้าง

    ผู้เขียนเขียนทิ้งไว้แค่นี้ แล้วกด Save ข้อความด้านบนได้กลายเป็นก้อน draft เก่าๆ หยากไย่เกาะนานเกือบสองปี และวันนี้นังทัวดีก็กลับมาอ่าน เสียดายว่ะ ขึ้นต้นไว้ดีเชียว แต่ความรู้สึกสดใหม่มันหายไปหมดแล้ว จะเขียนต่อจนจบได้ยังไงดีนะ

    คนที่หลงใหลรักทะเลคงเข้าใจ ความสวยงาม ความน่ากลัว ความสงบ ความปั่นป่วน แสงแดดอุ่น กระแสน้ำอันหนาวเย็น ยอดคลื่นคลั่ง หรือผิวน้ำนุ่มที่โอบกอดเราไว้ ล้วนเป็นเรื่องชั่วคราว เพราะฉะนั้นเราจึงรักทะเลแบบที่เขาเป็น แม้แต่วันที่เขาฟาดงวงฟาดงาใส่ เราเลือกที่จะอยู่ใกล้ๆ เขาอย่างเหมาะสม บาลานซ์ตัวเองให้ดี ไม่ให้หล่นโครมลงไปในเกลียวคลื่นที่ตีกลับไปกลับมา

    อีตอนนอนคว่ำพายบอร์ดออกมันช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน เพิ่งมาเห็นบทความว่ามันทำให้เจ็บหลังได้ด้วย แต่ตอนที่ยากที่สุดสำหรับเราคือทุกสิ่งหลังจากนั้น ครูที่เหนื่อยล้ายิ่งกว่าลูกศิษย์เพราะสอนมาตั้งแต่เช้าจับบอร์ดเรากลับหัว หันไปมองคลื่นแล้วบอกสัญญาณ ถ้าคลื่นมาแล้วครูก็จะปล่อยมือให้เราไหลไปตามคลื่น ทีนี้สิ่งที่ยากที่สุดคือเทคตัวกระเด้งขึ้นมาจากท่าวิดพื้นให้เป็นท่ายืน รู้ไหมว่ามันต้องใช้กล้ามเนื้อขนาดไหน แล้วรู้ไหมว่าฉันไม่มี

    ตลอดสองชั่วโมงเราล้มลุกคลุกคลานอยู่ที่เวิ้งน้ำหน้าหาด เจ้าปูเป็นคนเดียวที่ลุกยืนได้ยาวๆ ประมาณสองสามครั้ง ผลประกอบการของทูนอยู่ตรงกลางระหว่างเรากับปู เราจินตนาการตามว่ามันจะฟินขนาดไหน เพราะดีที่สุดที่เราทำได้คือคุกเข่าขึ้นข้างเดียวแล้วปล่อยให้ยอดคลื่นผลักเราเข้าสู่หน้าหาดด้วยความเร็ว แค่นั้นก็วะฮู้ๆๆ แล้ว

    แม้คอร์สสั้นๆ ในวันที่คลื่นปั่นป่วนนี้จะไม่ทำให้เราเล่นเซิร์ฟเป็นขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ตั้งแต่วันนั้นคือ ชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับการเซิร์ฟ เรารู้อยู่แล้วว่าเราจะไม่ได้ยืนสวยอยู่บนกระดานตลอดไป ส่วนมากคาร์ดิโอหนักมากกับการพายบอร์ดในท่าคว่ำ และนั่งรอคลื่นเบื่อๆ เฝ้ารอว่ามันจะมา แต่เรารู้ว่าเวลาที่ได้ยืน (หรือกรณีของเรา -คุกเข่า) โต้คลื่นอย่างนั้น มันจะมาถึงซักวัน เราจะมีความสุขกับมันโดยไม่ต้องกลัวการตกน้ำ เพราะเรายังพายออกไป แล้วรอคลื่นลูกใหม่ๆ ได้เสมอ

    Day 3

    เดินเล่น หาอะไรกินจันทบูร แล้วพลขับที่เล่นแขนมาอย่างหนักหน่วงก็ฮึดสู้แล้วพาทุกคนกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ